1

พระอาจารย์บุญเดชกล่าวให้ทราบถึงการพิจารณาจิตจนสามารถหยังทราบอดีตชาติ (จิตเก็บข้อมูล) ของท่านให้ได้ทราบ “แต่ก่อนกำลังหลงนิมิตอยู่มานั่งกลางคืนนี้การระลึกชาติของเราไม่เหมือนเพื่อนครูบาอาจารย์ จะว่าอย่างไรก็ตามมันคือโทรทัศน์ของข่อย (เรา) เป็นกลมๆ เลย เราอยากเห็นชาติไหนเราก็กำหนดดูชาตินั้น ก็จะเห็นเป็นภาพของเราให้เห็นเลย หลังจากชาตินันเปลี่ยนไปต่อไปอีกชาติต่อไปๆ เราเคยเกิดเป็นไก่ป่าถึง ๔ ชาติ มีเมียร่วม ๑๐ คน เห็นอย่างนี้ก็ภาวนาเพลินไม่รู้สึกเบื่อ”

พระอาจารย์บุญเดช ได้เล่าถึงอดีตชาติของท่านเพิ่มเติมว่า

“เพื่อนที่มาช่วยรดน้ำปลูกแตงเป็นพญานาค ชื่อฤทธิบุญ เราชาตินั้นชื่อโทน ชาติต่อมาชื่อ บุญญฤทธ์ แม่ชื่อพรญสิทธิ์ เป็นลูกคนเดียว ชาติต่อมาเป็นฤๅษี ชาติต่อมาเป็นพระสงฆ์ ชาติต่อมาเป็นทหารเป็นแม่ทัพ ชาติต่อมาเป็นพระ ชาติต่อมาเป็นฤๅษี ชาติต่อมาเป็นเณรตายตอนเป็นเณร ชาติต่อมาเป็นคนบ้านนอก ชาติต่อมาเป็นฤๅษี ชาติก่อนจะมาเกิดเป็นเทวดาอยู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ชาติปัจจุบันชื่อบุญเดช พ่อ (นายทอง ภาโนมัย) เคยเป็นทหารด้วยกันมาเราเป็นแม่ทัพ พ่อเป็นเพื่อนกัน เป็นคนซื่อสัตย์ต่อกัน จึงผูก สัญญาเป็นเสี่ยว (เพื่อน) รักกัน ในอดีตชาติ บางชาติเกิดเป็นพระมาหลายชาติ บางชาติเป็นฤๅษีแล้วมีเมียอยู่๕ ปี จึงมาบวชใหม่ พระอาจารย์บุญเดชกล่าวถึงหลักการ ฝึกให้รู้เห็นอดีตชาติให้ทราบ ใจความว่า “ต้องเห็นกายเห็นจิตก่อนตอนแรกเราเกิดความวิตก ก่อนจะเห็นอดีตชาติตัวเอง เราได้พิจารณาเห็นกระดูกไหลมากับน้ำเป็นกระดูกคนกระดูกสัตว์ไหลไปกับสายน้ำ แล้วสายน้ำก็แหลมเรียวเข้าๆ ช่วงนั้นพรรษา ๕ เห็นอดีตชาติครั้งแรก เป็นทหารขี่ม้าถือธงแดงสะพายดาบ เป็นทหารเสือ” นั่นเป็นหลักวิธีการอดีตชาติของจิตของพระอาจารย์บุญเดช

จากนั้นท่านจึงกล่าวให้ทราบถึงหลักการรู้อนาคตให้ได้ทราบ “ต้องวิตกก็พิจารณาก็เกิดภาพนิมิตแสดงให้ทราบเหตุการณ์ในอนาคต”

แสดงความคิดเห็น

Leave a reply

โอวาทธรรมพระสุปฏิปันโน
Logo