
จากการบำเพ็ญพระบารมี ๔๐ อสงไขยกัป สู่ต้นพระพุทธวงศ์
ตามคำเทศนาและคำบอกเล่าของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
ในบรรดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายที่เคยอุบัติขึ้นในโลก คำว่า “สมเด็จองค์ปฐม” ในคำสอนสายวัดท่าซุง หมายถึงพระพุทธเจ้าพระองค์แรกหรือองค์ที่หนึ่ง ผู้ทรงเป็นต้นพระพุทธวงศ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย
เรื่องราวของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้มิได้เป็นเพียงเรื่องของพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดจันทาราม (ท่าซุง) จังหวัดอุทัยธานี หากแต่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่หลวงพ่อพระราชพรหมยาน หรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้เล่าไว้จากประสบการณ์ทางสมาธิและการพบเห็นสมเด็จองค์ปฐม ตลอดจนคำบอกเล่าที่ท่านนำมาเทศน์ให้ลูกหลานฟัง
วัดท่าซุงได้รวบรวมเรื่องราวดังกล่าวไว้ในชุด “ประวัติการสร้างสมเด็จองค์ปฐม” ซึ่งแบ่งเป็น ๑๔ ตอน ตั้งแต่การพบสมเด็จองค์ปฐมครั้งแรก พระพุทธลักษณะ พระบรมสารีริกธาตุ การสร้างมณฑป พิธีเททอง การอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ตลอดจนคำสอนของสมเด็จองค์ปฐมที่หลวงพ่อนำมาเล่าให้ฟัง
สมเด็จองค์ปฐมคือใคร
หลวงพ่อพระราชพรหมยานอธิบายว่า คำว่า “สมเด็จองค์ปฐม” หมายถึงพระพุทธเจ้าองค์แรกหรือองค์ที่หนึ่ง
คำว่า “องค์ปฐม” จึงไม่ได้หมายถึงพระพุทธเจ้าสมณโคดม ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าที่เรารู้จักกันในยุคปัจจุบัน แต่หมายถึงพระพุทธเจ้าที่ตามคำบอกเล่าของหลวงพ่อฯ ทรงเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรกของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ในคำบอกเล่าของหลวงพ่อฯ พระองค์ทรงพระนามว่า “สมเด็จพระพุทธสิกขี” และเนื่องจากพระพุทธเจ้าทั้งหลายมีพระนามซ้ำกันได้ จึงเรียกพระองค์ว่า “พระพุทธสิกขีที่ ๑” หรือ สมเด็จพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่ ๑
หลวงพ่อฯ จึงกล่าวถึงพระองค์ในฐานะ “สมเด็จองค์ปฐมบรมครู”
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของพระองค์มีความสำคัญอย่างยิ่งตามคำสอนสายนี้ คือ พระองค์ทรงเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรก จึงไม่มีพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนหน้าเป็นแบบอย่างในการค้นคว้าหนทางแห่งพระโพธิญาณ
หลวงพ่อฯ จึงกล่าวถึงความยากลำบากของการบำเพ็ญพระบารมีขององค์ปฐมว่า
“องค์ปฐมไกลกว่านั้นแยะ”
และเมื่อหลวงพ่อฯ ถามถึงระยะเวลาในการบำเพ็ญพระบารมี พระองค์ตรัสตอบในคำบอกเล่าว่า พระองค์ทรงบำเพ็ญพระบารมีถึง ๔๐ อสงไขยกัปเศษ เพราะไม่มีแบบอย่างมาก่อน
จุดเริ่มต้นของการเป็นพระพุทธเจ้า
สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจอย่างมากในคำเทศนาของหลวงพ่อฯ คือ เมื่อกล่าวถึงสมเด็จองค์ปฐม ท่านไม่ได้เริ่มต้นด้วยการบอกว่า พระองค์ทรงมีพระโพธิญาณอยู่แล้วตั้งแต่แรก
แต่เรื่องราวที่หลวงพ่อฯ เล่า คือพระองค์ทรงเริ่มต้นจากการมองเห็น ความทุกข์ของการเกิด
หลวงพ่อฯ เคยเล่าว่า เมื่อถามสมเด็จองค์ปฐมว่าเหตุใดพระองค์จึงทรงคิดที่จะเป็นพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสตอบโดยใจความว่า ในชาติหนึ่งทรงเห็นว่า
คนเกิดมาแล้วมีความทุกข์ แล้วจะทำอย่างไรจึงจะหมดทุกข์
จากความคิดนั้นจึงเริ่มแสวงหาหนทาง
ในระยะแรกยังไม่สามารถทำได้ถูกต้องทั้งหมด มีทั้งสิ่งที่ผิดและสิ่งที่ถูก แต่เมื่อดำเนินไปเรื่อย ๆ ก็สามารถเข้าสู่แนวทางที่ถูกต้องได้
นี่เป็นจุดสำคัญของเรื่องราวสมเด็จองค์ปฐมตามคำเทศนาของหลวงพ่อฯ
เพราะพระองค์ไม่ได้ทรงมีครูเป็นพระพุทธเจ้ามาก่อน พระองค์จึงต้องทรงค้นคว้าหนทางด้วยพระองค์เอง
หลวงพ่อฯ กล่าวถึงเหตุนี้ว่า
“เพราะไม่มีตัวอย่าง”
ดังนั้น ระยะเวลาแห่งการบำเพ็ญพระบารมีจึงยาวนานถึง ๔๐ อสงไขยกัปเศษ
ทำไมจึงต้องใช้เวลาถึง ๔๐ อสงไขยกัป
ตามคำบอกเล่าของหลวงพ่อฯ พระพุทธเจ้าพระองค์อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นภายหลัง ย่อมมีพระพุทธเจ้าก่อนหน้าเป็นแบบอย่าง
แต่สำหรับสมเด็จองค์ปฐม พระองค์ทรงเป็นองค์แรก
ไม่มีพระพุทธเจ้าพระองค์ใดมาก่อนให้ทรงศึกษา
ไม่มีตัวอย่างว่าพระสัมมาสัมโพธิญาณจะบรรลุได้อย่างไร
ไม่มีแบบแผนของพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนให้ทรงดำเนินตาม
พระองค์จึงต้องทรงค้นคว้าด้วยพระองค์เอง
การบำเพ็ญพระบารมีจึงเป็นการค้นหาความจริงด้วยพระองค์เองเป็นเวลายาวนานอย่างยิ่ง
หลวงพ่อฯ เปรียบเทียบเรื่องนี้กับพระพุทธเจ้าพระองค์อื่น ๆ โดยกล่าวถึงพระพุทธทีปังกรว่า พระพุทธทีปังกรเป็นพระพุทธเจ้าที่พระพุทธเจ้าของเราในภายหลังเคยปรารถนาพุทธิภูมิเป็นครั้งแรก แต่สมเด็จองค์ปฐมอยู่ก่อนหน้านั้นอีกมาก
วันที่สมเด็จองค์ปฐมเสด็จอุบัติในโลกมนุษย์
ตามคำบอกเล่าที่หลวงพ่อพระราชพรหมยานนำมาเล่าให้ลูกหลานฟัง สมเด็จองค์ปฐมเคยเสด็จมาเล่าถึงช่วงเวลาที่พระองค์ทรงอุบัติในโลกมนุษย์
ในเวลานั้น มนุษย์มีอายุขัยประมาณ ๘๐,๐๐๐ ปี
พระองค์ทรงออกมหาภิเนษกรมณ์เมื่อพระชนมายุประมาณ ๔๐,๐๐๐ ปี
จากนั้นทรงบำเพ็ญเพียรและทรงใช้เวลาอีกประมาณ ๒๐,๐๐๐ ปี ก่อนที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เมื่อทรงตรัสรู้แล้ว พระองค์ทรงสั่งสอนเวไนยสัตว์ต่อไปอีกประมาณ ๒๐,๐๐๐ ปี
ก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน
เรื่องราวทั้งหมดนี้เป็นคำบอกเล่าที่ปรากฏในประวัติการสร้างสมเด็จองค์ปฐมของวัดท่าซุง จึงควรเข้าใจว่าเป็น คำสอนและประวัติในสายคำเทศนาของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน มิใช่รายละเอียดพุทธประวัติที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกฝ่ายเถรวาทโดยตรง
หลวงพ่อฤาษีลิงดำพบสมเด็จองค์ปฐมครั้งแรก
เรื่องราวที่ทำให้ประวัติสมเด็จองค์ปฐมมีความสำคัญต่อวัดท่าซุงเป็นอย่างมาก คือประสบการณ์ของหลวงพ่อพระราชพรหมยานเอง
ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ขณะที่หลวงพ่อกำลังสอนพระกรรมฐาน หลังจากแนะนำการปฏิบัติแก่ผู้ปฏิบัติแล้ว ท่านได้เข้าสมาธิ
ในสมาธินั้น ท่านได้เห็นพระพุทธเจ้าปางพระนิพพานจำนวนมากยืนเรียงกันเป็นแถวยาว และพนมมือ
หลวงพ่อฯ ในขณะนั้นยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นเป็นอะไร และเกิดความสงสัยว่าอาจเป็นอุปาทานของตนเอง
จากนั้นหลวงปู่ปานก็ปรากฏขึ้นและให้คำอธิบายแก่ท่าน
เหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หลวงพ่อฯ ได้รู้จักและติดต่อกับสมเด็จองค์ปฐมอย่างละเอียดมากขึ้น
การขอเห็นพระพุทธลักษณะของสมเด็จองค์ปฐม
ต่อมาหลวงพ่อฯ ได้อาราธนาเพื่อขอเห็นพระพุทธลักษณะของสมเด็จองค์ปฐมในสมัยที่ยังทรงเป็นมนุษย์
พระองค์ได้เสด็จมาปรากฏให้เห็นตามคำอาราธนา
หลวงพ่อฯ ได้บรรยายพระพุทธลักษณะของพระองค์ไว้ว่า มีพระวรกายสง่างาม พระพักตร์อิ่ม พระโอษฐ์มีลักษณะที่แตกต่างจากพระพุทธรูปที่ช่างทั่วไปมักสร้างกัน
รายละเอียดพระพุทธลักษณะดังกล่าวต่อมามีส่วนสำคัญในการกำหนดรูปแบบของพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐมที่วัดท่าซุง
จากนิมิตสู่การสร้างสมเด็จองค์ปฐม
ต่อมานายแพทย์จรูญ ปิรยะวราภรณ์ ได้ปรารภกับหลวงพ่อฯ ว่า เหตุใดหลวงพ่อจึงกล่าวถึงสมเด็จองค์ปฐมอยู่เสมอ แต่ยังไม่มีการสร้างพระพุทธรูปของพระองค์
จึงเกิดความคิดที่จะสร้างพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐมขึ้น
จากนั้นจึงเริ่มมีการดำเนินงานสร้างองค์พระและมณฑป
การสร้างครั้งนั้นไม่ได้เป็นเพียงการสร้างพระพุทธรูปองค์หนึ่ง แต่หลวงพ่อฯ มีเจตนาให้เป็นการสร้างเพื่อระลึกถึงพระพุทธเจ้าพระองค์แรก ผู้ทรงบำเพ็ญพระบารมีด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง
การสร้างสมเด็จองค์ปฐม วัดท่าซุง
พระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐมที่วัดท่าซุงสร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๓๕
พิธีเททองหล่อองค์พระมีขึ้นในวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕
ต่อมาองค์พระได้รับการประดิษฐานภายในวิหารสมเด็จองค์ปฐม
ในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ มีพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในพระเกตุมาลา โดยทางวัดบันทึกว่าพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จองค์ปฐมได้เสด็จมาและนำมาบรรจุในพระเกตุมาลาขององค์พระ
ประวัติการสร้างทั้งหมดได้รับการรวบรวมโดยวัดท่าซุงเป็นชุด ๑๔ ตอน ตั้งแต่การพบสมเด็จองค์ปฐมครั้งแรก จนถึงพิธีกรรมต่าง ๆ และคำสอนของพระองค์
คำสอนของสมเด็จองค์ปฐมที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำนำมาเล่า
คำสอนส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก คือคำสอนที่หลวงพ่อฯ ระบุว่าเป็นคำสอนของสมเด็จองค์ปฐม ซึ่งเน้นเรื่อง ความตาย ความไม่ประมาท ศีล และการมุ่งพระนิพพาน
แหล่งข้อมูลของวัดท่าซุงและหนังสือที่สืบเนื่องจากคำสอนของหลวงพ่อฯ ระบุว่า คำสอนชุดนี้เกี่ยวข้องกับเทศนาที่ “เทวสภา” วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เวลา ๐๘.๐๐ น. และหลวงพ่อพระราชพรหมยานนำมาเล่าให้ลูกหลานฟังในวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เวลา ๒๑.๐๐ น.
แก่นของคำสอนประกอบด้วย ๔ ประการ คือ
๑. อย่าลืมความตาย
ให้ระลึกอยู่เสมอว่าความตายอาจเกิดขึ้นกับเราได้ทุกเมื่อ เพื่อไม่ให้ชีวิตเกิดความประมาท
๒. เคารพพระพุทธ พระธรรม และพระอริยสงฆ์
ไม่ใช่เพียงการแสดงออกภายนอก แต่ต้องมีศรัทธาและความจริงใจ
๓. รักษาศีลให้บริสุทธิ์เป็นปกติ
การรักษาศีลเป็นพื้นฐานสำคัญของการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติธรรม
๔. ตั้งใจมุ่งพระนิพพาน
ไม่ปรารถนาการกลับมาเกิดในภพมนุษย์ เทวดา นางฟ้า หรือพรหมอีก แต่ให้ตั้งใจมุ่งพระนิพพานเป็นเป้าหมาย
คำสอนชุดนี้จึงไม่ได้เน้นเพียงการสร้างบุญเพื่อให้ได้เกิดในภพภูมิที่ดีเท่านั้น แต่เน้นการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท และมุ่งออกจากการเกิดทั้งหมด
คำสอนเรื่อง “อย่าลืมความตาย”
ในคำสอนอีกส่วนหนึ่ง สมเด็จองค์ปฐมทรงเน้นเรื่องความไม่ประมาทของผู้ที่อยู่ในภพภูมิที่เป็นสุข
แม้เป็นเทวดา นางฟ้า หรือพรหม ก็ยังไม่ควรประมาท เพราะการจุติหมายถึงการสิ้นสุดของสภาวะเดิมและเข้าสู่ภพใหม่
ใจความสำคัญจึงอยู่ที่การไม่หลงติดในความสุขของภพภูมิ
หลวงพ่อฯ นำคำสอนนี้มาเตือนว่า ความสุขในภพใด ๆ ที่ยังมีการเกิด ย่อมยังไม่ใช่ความสิ้นทุกข์อย่างแท้จริง
ดังนั้น สิ่งที่ควรปรารถนาสูงสุดจึงไม่ใช่เพียงการไปเกิดในภพที่ดี แต่คือ การไม่ต้องกลับมาเกิดอีก
สมเด็จองค์ปฐมกับความไม่ประมาท
เมื่อพิจารณาคำสอนทั้งหมด จะเห็นแนวทางที่สอดคล้องกันอย่างชัดเจน
การระลึกถึงสมเด็จองค์ปฐมไม่ได้มีจุดหมายเพียงเพื่อให้เกิดความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าพระองค์แรก
แต่คำสอนที่หลวงพ่อฯ นำมาเล่าเน้นให้ผู้ปฏิบัติ
- เห็นความทุกข์ของการเกิด
- เห็นความไม่เที่ยงของร่างกาย
- ไม่ประมาทในความตาย
- รักษาศีล
- เคารพพระรัตนตรัย
- ลดความยึดมั่นในขันธ์ ๕
- และตั้งใจมุ่งพระนิพพาน
ดังนั้น เมื่อระลึกถึงสมเด็จองค์ปฐม จึงควรระลึกถึง พระบารมีและแนวทางที่นำไปสู่ความพ้นทุกข์ มากกว่าการมุ่งหวังเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกทางโลก
สมเด็จองค์ปฐมในความเข้าใจของสายวัดท่าซุง
ตามคำสอนของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน สมเด็จองค์ปฐมมีความพิเศษอย่างยิ่ง เพราะทรงเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรก
พระองค์ต้องทรงค้นคว้าหนทางแห่งพระโพธิญาณด้วยพระองค์เอง
จากจุดเริ่มต้นที่ทรงเห็นว่า
“คนเกิดมาแล้วมันมีทุกข์”
จึงทรงแสวงหาวิธีที่จะดับทุกข์
ในช่วงแรกยังมีทั้งสิ่งที่ผิดและสิ่งที่ถูก แต่ด้วยการแสวงหาและการบำเพ็ญพระบารมีอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดจึงทรงค้นพบหนทางแห่งพระสัมมาสัมโพธิญาณ
และตามคำบอกเล่าของหลวงพ่อฯ พระองค์ทรงใช้เวลาบำเพ็ญพระบารมีถึง ๔๐ อสงไขยกัปเศษ
เรื่องนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญของความเคารพที่ศิษย์วัดท่าซุงมีต่อสมเด็จองค์ปฐม
จากพระพุทธเจ้าพระองค์แรก สู่ “ต้นพระพุทธวงศ์”
สมเด็จองค์ปฐมจึงได้รับการเรียกขานว่าเป็น “สมเด็จองค์ปฐมบรมครู”
เพราะตามคำสอนสายนี้ พระองค์ทรงเป็นต้นพระพุทธวงศ์ เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรกที่ทรงค้นพบหนทางแห่งพระสัมมาสัมโพธิญาณด้วยพระองค์เอง
พระพุทธเจ้าพระองค์หลัง ๆ จึงสามารถสืบทอดพระพุทธวงศ์และประกาศพระธรรมแก่สัตว์โลกต่อมา
การสร้างพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐมที่วัดท่าซุงจึงเป็นการแสดงความเคารพต่อพระพุทธเจ้าพระองค์แรก และเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
สิ่งที่คำสอนของสมเด็จองค์ปฐมฝากไว้แก่พุทธศาสนิกชน
หากสรุปแก่นของคำสอนที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำนำมาเล่า สิ่งที่สำคัญที่สุดมิใช่การถามว่าเราจะได้อะไรจากการบูชาสมเด็จองค์ปฐม
แต่คือการถามตัวเองว่า
เรากำลังใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทหรือไม่
เราระลึกถึงความตายหรือไม่
เรารักษาศีลหรือไม่
เราเคารพพระรัตนตรัยด้วยความจริงใจหรือไม่
และที่สำคัญที่สุด—
เรายังปรารถนาการเกิดอยู่หรือไม่
เพราะคำสอนที่หลวงพ่อฯ นำมาเล่าไม่ได้หยุดอยู่เพียงการให้ไปเกิดในสถานที่ที่ดี แต่ชี้ไปยังเป้าหมายที่สูงกว่านั้น คือ พระนิพพาน
ดังนั้น การระลึกถึงสมเด็จองค์ปฐมจึงควรเป็นเครื่องเตือนใจให้เราระลึกถึงพระบารมีของพระพุทธเจ้า และหันกลับมาพิจารณาชีวิตของตนเองว่า เรากำลังเดินไปในทางแห่งความไม่ประมาทและความพ้นทุกข์หรือไม่
หมายเหตุเรื่องแหล่งที่มา
บทความนี้ยึดข้อมูลจาก “ประวัติการสร้างสมเด็จองค์ปฐม” โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระ วัดท่าซุง ซึ่งวัดจันทาราม (ท่าซุง) ได้รวบรวมเป็นชุด ๑๔ ตอน รวมถึงข้อมูลเรื่องการพบสมเด็จองค์ปฐม พระพุทธลักษณะ การสร้างองค์พระ พิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และคำสอนที่หลวงพ่อฯ นำมาเล่าให้ลูกหลานฟัง
ควรแยกเนื้อหาชุดนี้ออกจาก พุทธประวัติและพระพุทธพจน์ในพระไตรปิฎก เนื่องจากรายละเอียดเรื่องสมเด็จองค์ปฐม พระพุทธสิกขีที่ ๑ การบำเพ็ญพระบารมี ๔๐ อสงไขยกัปเศษ และประวัติการพบสมเด็จองค์ปฐม เป็นเนื้อหาที่ปรากฏในสายคำสอนและคำบอกเล่าของหลวงพ่อพระราชพรหมยานและวัดท่าซุง
