
อ่านเพิ่มเติม: หลวงพ่อบุญทันในอดีตชาติกับลูกชาย
ประวัติและภูมิหลัง
หลวงพ่อบุญทัน ปุญญทัตโต (พระครูพิศาลคณานุกิจ) เดิมชื่อ บุญทัน ศรีรัตนานนท์ เป็นพระสายปฏิบัติวิปัสสนาธุระ (พระกรรมฐาน) ในสำนักหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยมีหลวงปู่คำดี ปภาโส แห่งวัดถ้ำผาปู่ จังหวัดเลย เป็นพระอาจารย์รูปสำคัญของท่าน
ท่านเกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2481 ที่บ้านค้อ ตำบลบ้านเหล่า อำเภอเมือง (ปัจจุบันคือ อำเภอบ้านฝาง) จังหวัดขอนแก่น โยมบิดาชื่อ “ถัน ศรีโม” และโยมมารดาชื่อ “พร รีโม” (ต่อมาเปลี่ยนนามสกุลเป็น ศรีรัตนานนท์)
การบรรพชาและการศึกษา
เมื่ออายุได้ 19 ปี (พ.ศ. 2500) ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบูรพาราม ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านฝาง และย้ายไปศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม-บาลีที่วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดอุดรธานี จนอายุครบ 20 ปี จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อปี พ.ศ. 2501 ณ พัทธสีมาวัดมัชฌิมาวาส (มหานิกาย) โดยมีพระเทพวิสุทธาจารย์ (หลวงปู่ดีเน๊าะ) เป็นพระอุปัชฌาย์
หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2509 ท่านได้ขอญัตติเป็นพระภิกษุในคณะสงฆ์ธรรมยุต ที่วัดศรีสุทธาวาส (วัดเลยหลง) จังหวัดเลย ก่อนเข้าจำพรรษาที่วัดถ้ำผาปู่ จังหวัดเลย เพื่อฝึกปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่คำดีอย่างจริงจัง
การศึกษาธรรมกับครูบาอาจารย์
ช่วงเป็นพระบรรพชิตใหม่ หลวงพ่อบุญทันได้ออกจาริกธุดงค์ไปศึกษาอบรมกับพระอาจารย์สายกรรมฐานหลายรูปในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่:
- หลวงปู่คำดี ปภาโส (วัดถ้ำผาปู่ จังหวัดเลย) ซึ่งเป็นพระอาจารย์หลักของท่าน
- หลวงปู่ขาว อนาลโย (วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู)
- หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ (วัดป่านิโครธาราม จังหวัดอุดรธานี)
- หลวงปู่ชอบ ฐานสโม และหลวงปู่หลุย จันทสาโร ในเขตจังหวัดเลยและใกล้เคียง
เพื่อซึมซับแนวทางปฏิบัติกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
การก่อตั้งวัดป่าสามัคคีสันติธรรม
ต่อมาในปี พ.ศ. 2511 ท่านได้กลับมาเยี่ยมโยมญาติที่บ้านค้อ จังหวัดขอนแก่น และได้ปักกลดปฏิบัติธรรมอยู่ที่ป่าโคกหนองเม็ก (บริเวณบ้านเกิดของท่าน) ซึ่งภายหลังได้รับการพัฒนาให้เป็นวัดป่าสามัคคีสันติธรรมในปัจจุบัน
แม้ช่วงแรกท่านจะยังจาริกไปจำพรรษาที่วัดป่ากุง จังหวัดร้อยเอ็ด และวัดอื่นๆ กับครูบาอาจารย์ แต่ในเวลาต่อมาหลวงพ่อบุญทันก็ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าสามัคคีสันติธรรม บ้านค้อ จังหวัดขอนแก่น และมีลูกศิษย์ผู้เลื่อมใสศรัทธาทั่วประเทศจำนวนมาก
ในจำนวนศิษยานุศิษย์ยังรวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายท่าน เช่น พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี สรพงศ์ ชาตรี ตลอดจนนักร้องและศิลปินที่เป็นที่รู้จัก
การมรณภาพ
หลวงพ่อบุญทัน ปุญญทัตโต ได้ละสังขารลงอย่างสงบด้วยภาวะระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว เมื่อเวลาประมาณ 1.43 น. ของวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) ณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สิริรวมอายุได้ 68 ปี พรรษา 41
หลังมรณภาพ ศิษยานุศิษย์ได้นำสรีระของท่านไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดป่าสามัคคีสันติธรรม บ้านค้อ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาด้วยความอาลัยและสักการะอย่างสมเกียรติ
ปฏิปทา (แนวทางปฏิบัติ)
การปฏิบัติธรรมอย่างเข้มงวด
หลวงพ่อบุญทันได้รับการอบรมสั่งสอนจากครูบาอาจารย์สายวัดป่าอย่างเข้มงวด ทำให้ท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัยและข้อวัตรมาก ท่านออกธุดงค์แสวงหาความวิเวกตามป่าเขาตั้งแต่ช่วงต้นพรรษา และมักเข้าจำพรรษาในป่าหรือวัดป่าต่างจังหวัดตามคำแนะนำของครูบาอาจารย์
ในช่วงจำพรรษาแรกกับหลวงปู่คำดี ปภาโส ที่วัดถ้ำผาปู่ จังหวัดเลย ท่านได้ “เร่งทำความเพียร” อย่างเต็มกำลัง ทั้งเดินจงกรมและนั่งสมาธิภาวนาอย่างอุกฤษฏ์ บางวันถึงกับอดอาหารและอดนอน เพื่อฝึกจิตให้เข้มแข็งและก้าวข้ามความเกียจคร้านของกายใจตนเอง
ความเชี่ยวชาญในสมาธิภาวนา
ด้วยความเพียรพยายามนี้ ทำให้ท่านมีความชำนาญในสมาธิภาวนาและก้าวหน้าในธรรมอย่างรวดเร็ว จนเป็นที่ยอมรับของบรรดาพ่อแม่ครูบาอาจารย์สายกรรมฐานร่วมยุค หลวงพ่อบุญทันยังได้ชื่อว่าเป็นพระผู้มีจริยวัตรงดงาม ไม่บกพร่องในข้อวัตรใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งท่านยังสำรวมระวังกายวาจาใจตลอดเวลา
เมตตาบารมีและการช่วยเหลือผู้คน
หลวงพ่อบุญทันขึ้นชื่อว่าเป็นพระที่มีเมตตาบารมีสูง ส่งผลให้มีผู้คนเคารพศรัทธาท่านอย่างมากมายทั่วประเทศ ด้วยเชื่อในพลังจิตและบุญญาภินิหารของท่านที่ได้สั่งสมมาจากการปฏิบัติธรรมสายหลวงปู่มั่น
ท่านมักเมตตาช่วยสงเคราะห์ผู้ตกทุกข์ได้ยากที่มาพึ่งบารมีท่านในทางที่ชอบธรรมเสมอ โดยไม่เลือกชั้นวรรณะหรือฐานะใดๆ ไม่ว่าจะยากดีมีจน ท่านก็ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่และเสมอหน้ากันทุกคน
มุมมองต่ออิทธิปาฏิหาริย์
อย่างไรก็ดี หลวงพ่อบุญทันก็มิได้ยึดติดในอภิญญาหรืออิทธิปาฏิหาริย์ของตนเอง เพราะท่านรู้ว่า “เมตตามหานิยม” หรือพลังจิตนั้นมิใช่หนทางแห่งการดับทุกข์ที่แท้จริง หากแต่เป็นเพียงเครื่องสงเคราะห์โลกเท่านั้น
เป้าหมายสูงสุดในการบวชของท่านคือการหลุดพ้นจากทุกข์ (พระนิพพาน) ในชาตินี้ ดังนั้นตลอดชีวิตสมณเพศ หลวงพ่อบุญทันจึงตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อมุ่งสู่ความหลุดพ้นแต่เพียงอย่างเดียว และหลีกเลี่ยงชื่อเสียงลาภยศทั้งปวง
ท่านเคยปรารภกับศิษย์ว่าไม่ปรารถนาจะเป็น “เกจิ” ดังๆ หรือเป็นที่เลื่องลือในทางโลก แต่ต้องการมุ่งสู่มรรคผลนิพพานอย่างเดียว ตามปณิธานที่ได้ตั้งไว้
ความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์
ด้วยจริยาปฏิปทาที่โดดเด่นดังกล่าว หลวงพ่อบุญทันจึงเป็นที่เคารพรักของทั้งพระสงฆ์และฆราวาส ท่านให้ความสำคัญกับความกตัญญูกตเวทีต่อครูบาอาจารย์มาก
ทุกปีในงานคล้ายวันเกิดของท่าน หลวงพ่อจะนิมนต์พระเถราจารย์ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือมาร่วมงานและแสดงธรรมโปรดญาติโยมเสมอ เช่น หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ, หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต, หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน, หลวงปู่ลี กุสลธโร, หลวงปู่มี ประมุตโต
การกระทำนี้สะท้อนถึงความถ่อมตนและความตั้งใจของหลวงพ่อในการเผยแผ่ธรรมะและสืบทอดพุทธศาสนาร่วมกับครูบาอาจารย์สายกรรมฐานองค์อื่นๆ อย่างน่าเลื่อมใส
คำสอนและหลักธรรม
คำสอนหลักเกี่ยวกับการดับทุกข์
แม้หลวงพ่อบุญทัน ปุญญทัตโต จะละสังขารไปแล้ว แต่คำสอนและหลักธรรมที่ท่านเน้นย้ำยังคงเป็นเครื่องเตือนใจแก่ศิษยานุศิษย์เสมอ คำสอนสำคัญประการหนึ่งที่หลวงพ่อได้รับจากพระอาจารย์ (หลวงปู่คำดี ปภาโส) และยึดถือปฏิบัติตลอดมาก็คือ:
“จงพยายามให้ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายแห่งการเวียนวนในวัฏสงสารแห่งห้วงทุกข์อันนี้ให้ได้”
กล่าวคือให้เร่งความเพียรทางธรรม เพื่อไม่ต้องกลับมาเกิดแก่เจ็บตายวนเวียนอีกต่อไป
แนวทางปฏิบัติธรรม
หลวงพ่อมุ่งเน้นการปฏิบัติกรรมฐานอย่างจริงจังเพื่อการดับทุกข์ โดยสอนให้ศิษย์ละวางสิ่งที่เป็นเหตุแห่งทุกข์ทั้งปวงในใจของตนและเจริญสติภาวนาอยู่เสมอ
นอกจากนี้ ท่านยังเตือนสติผู้ปฏิบัติธรรมไม่ให้ยึดติดกับคุณวิเศษหรืออิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการภาวนา เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด แต่ควรมุ่งตรงสู่การละกิเลสและความหลุดพ้นเป็นสำคัญ
การเผยแผ่ธรรมะ
ในด้านการเผยแผ่ธรรมะ หลวงพ่อบุญทันได้แสดงธรรมอบรมญาติโยมในโอกาสต่างๆ ซึ่งบางส่วนมีการบันทึกเสียงและวิดีโอไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา เช่น ชุดธรรมบรรยาย “เสียงธรรมจากผาสามยอด” ที่ท่านแสดงธรรม ณ วัดภูฝางสันติธรรม จังหวัดเลย
ในปี พ.ศ. 2548 หลวงพ่อเคยเมตตามาแสดงพระธรรมเทศนาและเล่าประสบการณ์ชีวิตของท่านในการงานบวชเนกขัมมบารมีประจำปีที่วัดบ้านเกิด ซึ่งสะท้อนแง่คิดคำสอนอันล้ำค่าให้สาธุชนได้นำไปปฏิบัติตาม

