พิสูจน์เหตุการณ์ที่ได้ทราบทางนิมิต

2

พระอาจารย์บุญเดช ญาณเตโซ กล่าวให้ทราบ “ก่อนเราจะไปเมืองพญานาดได้ฉีกปฏิทินไว้ ก่อนไปสั่งลา พระภูมิเจ้าที่ แม่พระธรณี นาค ครุฑ เทวดา พระอินทร์ข้าพเจ้าไปพิสูจน์เฉยๆ เพราะได้นิมิตมานานแล้ว ศาสนาพุทธนี้เราพิสูจน์ได้อย่างนี้แหละเราฝัน (นิมิต) ว่าเราจะได้ปลาทูตัวเดียว เราก็ได้ตัวเดียว เราได้นิมิตว่าวันนี้ จะได้กิน ข้าวกับเกลือ ก็ได้กินข้าวกับเกลือ” จากนั้นพระอาจารย์บุญเดชได้เล่าถึงวิธี ฝึกฝนอบรมจิตให้ได้ทราบ “ตามนาฬิกาที่เราฝึกมา เราฝึกมาตลอดเลย นอนตีหนึ่ง อย่างนี้ตัวหลับแต่ใจไม่หลับสติจะรู้สึกตลอดติ๊กๆๆ ตีสามเป๊ะลืมตาขึ้นพริ้บ เข็มสั้นต้องชี้เลขสาม เข็มยาวชี้เลขสิบสอง

ถ้าขณะลืมตาขึ้นมาเข็มเคลื่อนไปเป็นตีสามห้านาทีอย่างนี้ อ้าว ไม่ได้จิตหลอกตัวเองแล้ว ต้องฝึกใหม่ ใช้เวลาอีกเป็นเดือน หลักการฝึกอยู่ในอิริยาบถยืน เดิน นั่งนอน กำหนดสตินับเอาจิตจดจ่ออยู่กับพุทโธ แต่ให้มีรู้อยู่ตลอดว่าพุทโธหนึ่ง พุทโธสอง พุทโธสาม พุทโธสี่ พุทโธห้าสิบเก้า จนถึง พุทโธหกสิบ ชั่วโมงหนึ่งแล้ว จากนั้นก็พุทโธต่อไปจนลืมตาขึ้นมาจะตื่นนอนตีสามลืมตาขึ้นมาก็เป็นตีสามจริงๆ” พระอาจารย์บุญเชได้กล่าวถึงการทำความพากเพียรชนิดอุกฤษฎ์ให้ได้รับทราบ “ตอนมาอยู่ภูลังกาครั้งแรกมาอยู่รูปเดียว อดอาหารตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ (ออกพรรษา พ.ศ. ๒๕๓๕) อดมาเรื่อย อยู่ภูลังกาไม่นานบำเพ็ญอดอาหารได้ ๓๕ วัน เพียรยืน เดิน นั่ง ไม่ได้นอน หลังไม่ได้แตะพื้น ทุกข์หนักมากแทบไม่ไหว ครั้งแรกอดอาหาร ๓๕ วันติดต่อกันตลอดทั้งปี ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ฉันติดต่อกันหนึ่งเดือน จากนั้นอดอาหารอีก ๓๕ วัน ฉันได้อาทิตย์ สองอาทิตย์ก็อดอีก ๓๕ วันติดต่อกัน ๕ ปีเต็ม จิตเป็นอัตโนมัติ” พระอาจารย์บุญเดชกล่าวให้ทราบมิใช่โอ้อวดตนจากนั้นท่านก็ได้กล่าวให้ทราบถึงเหตุผลทำไมที่ต้องฝึกฝนจิตอบรมตนอย่างหนักว่า

“คือตอนฝึกบอกตัวเองทำอย่างไร จึงจะไม่ฝัน จิตในขณะเอนกายลงนอนนี่จะไม่ให้ฝันเลยไม่ให้จิตออกจากกายเด็ดขาดให้รู้ตลอดแม้แต่นาฬิกาเดินก็ต้องรู้รู้ขนาดที่ว่ามดออกลูกก็ต้องรู้ถ้ารู้ผิดนิดเดียว แสดงว่าจิตใช้ไม่ได้ ต้องฝึกใหม่จับใหม่ ฝึกอย่างนี้จนเข้าสู่ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ มาพิสูจน์ครั้งแรก ในการรู้เห็นครั้งแรก พิสูจน์ทางจิตก่อนออก บิณฑบาตได้นิมิตว่ามีรถเก๋งคันหนึ่งมาจากกรุงเทพฯ ไปมาอย่างไรไม่ทราบแล้วจะมีผู้หญิง ๑ คน ผู้ชาย ๒ คน ลงมาจากรถเก๋งแล้วมาใส่บาตร แล้วคนกลุ่มนี้จะเอาเงิน๑๐ บาทใส่ในบาตร เราทราบเหตุการณ์ข้างหน้าจากนิมิต ก็ทราบว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นจะมีอะไรบ้างเหตุการณ์ว่าเขาจะเอาเงิน๑๐ บาท ใส่ในบาตร (พระภิกษุสามเณรเคร่งครัดต่อศีล จับปัจจัยเงินไม่ได้เป็นปาจิตตีย์) เราจะต้องไม่ให้เขาใส่เงินลงในบาตร เราจึงได้หาสังกะรี (คนรับใช้) ไปด้วยคนหนึ่ง ขณะออกรับบิณฑบาต

แล้วเราบอกสังกะรีให้ทราบก่อนว่า “เรารับปัจจัยไม่ได้ ต้องเอามาให้สังกะรีถือปัจจัยให้” พอรุ่งเช้าออกบิณฑบาตเดินลงจากเขาแล้วออกบิณฑบาตที่บ้านดงชมภูน้อย อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดหนองคาย ก็มีสังกะรีติดตามไปด้วย ขณะออกรับบิณฑบาตก็มีรถเก๋งคันหนึ่งขับมา ในรถยนต์นั่งมาด้วยกัน ๓ คน เป็นชาย ๒หญิง ๑ จอดรถใส่บาตรแล้วล้วงเงิน ๑๐ บาท กำลังจะใส่ลงในบาตร สังกะรีเห็นจึงได้บอกเขาเป็นไปตามที่ทราบล่วงหน้าจากนิมิต นั่นคือเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกของการทดสอบของพระอาจารย์บุญเดช ญาณเตโซ เกี่ยวกับการพิสูจน์นิมิต สู่การพิสูจน์ถึงความจริงในอนาคต ต่อมาจึงได้ทดสอบการรู้เห็นจากสมาธิอีกครั้งหนึ่ง พระอาจารย์บุญเดชได้ทราบทางสมาธิจิตว่าในการออกรับบิณฑบาตในตอนเช้า วันรุ่งขึ้นจะมีญาติโยมมาใส่บาตรเพียง

๒ คน จะได้ข้าวเหนียว ๑ ปั้น

พอถึงรุ่งอรุณพระอาทิตย์เบิกฟ้า พระอาจารย์บุญเดชจึงได้เดินทางลงจากเขาแต่เช้าตรู่เวลา ๕ นาฬิกา เดินทางเพื่อออกรับบิณฑบาตจนถึงหมู่บ้านตั้งแต่เวลา ๖ โมงเช้า ออกเดินรับบิณฑบาตในหมู่บ้านจนรอบปรากฏว่าครั้งนี้มีญาติโยมมาใส่บาตรเพียง ๒ คน ได้ข้าวเหนียวเพียงปั้นเล็กๆ จำนวนหนึ่งปั้นเท่านั้น ญาติโยมที่ใส่บาตรได้เรียนให้พระอาจารย์บุญเดชทราบ “ท่านมาแต่เช้าเกินไป”

จากนั้นเพื่อความแน่ใจในจิตสมาธิ พระอาจารย์บุญเดชจึงได้ทำการพิสูจน์ถึงเหตุการณ์ในอนาคตด้วยการหยั่งทราบทางจิตสมาธิ คืนนั้นก็ได้ทราบทางนิมิตว่า ใน วันรุ่งเช้าเดินทางออกรับบิณฑบาต คราวนี้จะได้ภัตตาหารเป็นข้าวเหนียว ๑ ปั้นเล็กๆ พร้อมกับปลาทู ๑ ตัว เอ้กอี้ เอ้ก เอ้กๆ พอรุ่งวันใหม่ ดวงสุริยาโผล่แสงรัศมีขึ้นมา เหนือ พิภพ บอกสัญญาณเช้าวันรุ่งอรุณ พระอาจารย์บุญเดชจึงได้ออกบิณฑบาตพร้อมภาวนาพุทโธไปตลอดเส้นทางไป ณ บ้านโนนสวาท ปรากฏว่าวันนี้มีญาติโยมมาใส่มาตรให้ฉัน ได้ภัตตาหารเป็นข้าวเหนียวปั้นเดียว พร้อมกับปลาทูจำนวน ๑ ตัวจริงๆ ดังที่ได้ทราบล่วงหน้าจากทางนิมิตในคืนที่ผ่านมา

แสดงความคิดเห็น

Leave a reply

โอวาทธรรมพระสุปฏิปันโน
Logo