เหตุที่ยังไม่ได้ถวายเพลิงสรีระสังขาร “ท่านพ่อลี ธมฺมธโร”

0

หลังจาก “ท่านพ่อลี ธมฺมธโร” ได้มรณภาพลงอย่างสงบ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อครั้งยังทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์
วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร มีบัญชาให้เก็บสรีระสังขารของท่านพ่อลีไว้ ยังไม่ให้ถวายเพลิงเอาอย่าง “ท่านพระมหากัสสปเถระ” ที่ในวันหนึ่งในอนาคตกาลจะมีพระศรีอริยเมตไตรย
มาถวายเพลิงสรีระสังขารพระมหากัสสปเถระอย่างสมศักดิ์ศรี

ในเวลาที่พระมหากัสสปเถระจักนิพพาน พระเถระได้เข้าไปอยู่ในระหว่างภูเขา ๓ ลูกที่เมืองฮ่อ (สันนิษฐานว่าตั้งอยู่ในประเทศจีน) ภูเขา ๓ ลูกนั้นได้ประชุมรวมกันเข้าเป็นลูกเดียว
ปกปิดกำบังร่างของพระเถระเพื่อมิให้ปรากฏแก่มหาชนทั้งหลายต่อเมื่อในอนาคต พระศรีอริยเมตไตรยได้เสด็จลงมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในโลกแล้วพระองค์ก็จะนำเอาร่างของพระมหากัสสปเถระ ยกขึ้นไว้บนฝ่าพระหัตถ์เบื้องขวา ชูขึ้นประกาศสรรเสริญคุณของพระเถระ แล้วเตโชธาตุก็จะเกิดขึ้นเผาสรีระของท่านบนฝ่าพระหัตถ์ของพระศรีอริยเมตไตรยพุทธเจ้านั้น

เนื่องจากเวรกรรมที่ท่านทั้งสองได้เคยทำต่อกันในอดีตชาติ เมื่อคราวที่พระศรีอริยเมตไตรยเกิดเป็นนายควาญช้างและพระมหากัสสปเถระเกิดเป็นพญาช้างเผือก อดีตชาติในครั้งนั้น

“นายควาญช้างได้สั่งให้พญาช้างเผือกเอางวงอุ้มเหล็กแดงเอาไว้เพื่อเป็นการลงโทษที่พญาช้างเผือกวิ่งหนีเข้าป่าติดตามกลิ่นสาปของนางช้างพญาช้างเผือกได้รับความเจ็บปวดจากแท่งเหล็กนั้นจนกระทั่งล้มตายในที่สุด สรุปคติธรรมที่ได้จากเรื่องนี้คือราคะนี้มีความเผ็ดร้อนทารุณยิ่งกว่าไฟมีพิษร้ายยิ่งกว่าพิษของพญานาค”

นัยของท่านพ่อลีก็ขอให้เอาเยี่ยงอย่างนี้เป็นอุทาหรณ์ว่า ผู้มีบุญกรรมที่เกี่ยวข้องกับท่านในวันข้างหน้าจะได้มาถวายเพลิงสรีระร่างของท่านอย่างสมศักดิ์ศรีที่เป็นอัศวินนักรบธรรมกรรมฐานผู้มีพลังจิตแก่กล้าสายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต

พร้อมนี้เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ท่านยังมีบัญชาอีกว่าให้บำเพ็ญกุศลและสวดมนต์อุทิศถวายท่านพ่อลีทุกคืน บรรดาบรรพชิตซึ่งเป็นคณะศิษยานุศิษย์ของท่านพ่อลีก็ได้ปฏิบัติตามบัญชามาโดยตลอดและคณะทายกทายิกาได้ทำบุญอุทิศถึงด้วยความเคารพ จุดธูปเทียนบูชาด้วยความศรัทธาเลื่อมใส ต่อมาระยะหนึ่ง บรรดาศิษยานุศิษย์ผู้ใหญ่ทางฆราวาส ปรารภจะทำฌาปนกิจศพของท่านพ่อลีด้วยว่าพระกรรมฐานไม่เก็บศพไว้นานและอีกฝ่ายหนึ่งปรารภจะเก็บไว้บูชาสักการะให้เป็นที่อบอุ่นอยู่ตลอดไป

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงมีเสียงขึ้นเป็น ๒ เสียง ๒ ฝ่ายเสียงฝ่ายหนึ่งจะทำฌาปนกิจศพของท่านอีกฝ่ายหนึ่งว่าไม่ควรทำ ควรเก็บไว้อย่างนี้เป็นเหตุให้มีการประชุมใหญ่ของบรรดาศิษยานุศิษย์
ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ลงคะแนนเอาเสียงข้างมาก ก็ปรากฏว่าเสียงที่ไม่ให้ทำการฌาปนกิจศพเป็นเสียงข้างมาก เนื่องด้วยชาวจันทบุรีที่เลื่อมใสท่านพ่อลีพากันแห่มาออกเสียงเป็นจำนวนนับหมื่นคนสรุปคือไม่ได้ถวายเพลิงจึงได้เก็บสรีระสังขารท่านไว้ตลอดมาจนทุกวันนี้โดยอัญเชิญไว้ในโลงทอง ณ วิหารสุทธิธรรมรังสี วัดอโศการาม

เป็นที่น่าอัศจรรย์ !! ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ดอกไม้บูชาท่านพ่อลีไม่เคยเหี่ยวแห้ง เพราะมีผู้คนนำดอกไม้มากราบไหว้บูชาท่านไม่เคยขาด เสียงสวดมนต์ปฏิบัติบูชาจากสานุศิษย์ตั้งแต่ ๒ ทุ่มถึง ๔ ทุ่มของทุกวัน ดังกึกก้องมาไม่รู้จบ วันมรณภาพเวียนมาบรรจบประชาชนจะหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย พระกรรมฐานมารวมกันในคราวจำเป็นในข้อธรรมวินัย ณ วัดอโศการาม
ซึ่งมีพระธุตังคเจดีย์อันยิ่งใหญ่ได้ปรากฏมาจนกระทั่งทุกวันนี้

นี่คือท่านพ่อลี ที่รักเคารพบูชาอย่างหาที่สุดมิได้สายธารธรรมหลั่งไหลไปไม่มีวันหยุด สายน้ำแห่งคุณงามความดีของท่านแผ่ซึมซับไปโดยทั่ว ท่านคือพระผู้รุ่งเรืองด้วยเดช ด้วยยศ
และเป็นพระผู้สละโลกได้อย่างสิ้นเชิง สมศักดิ์ศรีเป็นพุทธสาวกที่พระพุทธเจ้าได้ทำนายไว้ว่าในยุคกึ่งพุทธกาลพระพุทธศาสนาจะเจริญรุ่งเรืองในดินแดนสุวรรณภูมิอันเป็นดินแดนสุดท้ายที่ยังมีท่านผู้บรรลุเป็นพระอรหันต์

นับเป็นบุญของพวกเราชาวไทยจริงๆ ที่ผืนแผ่นดินแห่งนี้มีสิ่งอันเป็นมิ่งมงคลเรามีทั้งพระพุทธศาสนา มีพระผู้แกร่งกล้า คือ ท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล, ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต, ท่านพ่อลี ธมฺมธโร และหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ฯลฯ ตลอดจนมีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

แสดงความคิดเห็น

Leave a reply

โอวาทธรรมพระสุปฏิปันโน
Logo