บทมหาสมัยสูตร

มะหาสะมะยะสุตตัง

บทขัดมหาสมัยสูตร

ทุลละภัง ทัสสะนัง ยัสสะ
สัมพุทธัสสะ อะภิณ๎หะโส
โลกัม๎หิ อันธะภูตัส๎มิง
ทุลละภุปปาทะสัตถุโน ฯ

สักเกสุ กะปิละวัตถุส๎มิง
วิหะรันตัง มะหาวะเน
ตันทัสสะนายะ สัมพุทธัง
ภิกขุสังฆัญจะ นิมมะลัง ฯ

ทะสะธา สังคะเณยยาสุ
โลกะธาตูสุ เทวะตา
อะเนกา อัปปะเมยยาวะ
โมทะมานา สะมาคะตา ฯ

ตาสัง ปิยัง มะนาปัญจะ
จิตตัสโสทัคคิยาวะหัง
ยัง โส เทเสสิ สัมพุทโธ
หาสะยันโตติ เม สุตัง ฯ

เทวะกายัปปะหาสัตถัง
ตัง สุตตันตัง ภะณามะ เส ฯ


มหาสมัยสูตร

เอวัมเม สุตัง ฯ

เอกัง สะมะยัง ภะคะวา
สักเกสุ วิหะระติ กะปิละวัตถุส๎มิง มะหาวะเน
มะหะตา ภิกขุสังเฆนะ สัทธิง
ปัญจะมัตเตหิ ภิกขุสะเตหิ
สัพเพเหวะ อะระหันเตหิ ฯ

ทะสะหิ จะ โลกะธาตูหิ
เทวะตา เยภุยเยนะ สันนิปะติตา โหนติ
ภะคะวันตัง ทัสสะนายะ
ภิกขุสังฆัญจะ ฯ

อะถะโข จะตุนนัง สุทธาวาสะกายิกานัง เทวานัง
เอตะทะโหสิ ฯ

อะยัง โข ภะคะวา
สักเกสุ วิหะระติ กะปิละวัตถุส๎มิง มะหาวะเน
มะหะตา ภิกขุสังเฆนะ สัทธิง
ปัญจะมัตเตหิ ภิกขุสะเตหิ
สัพเพเหวะ อะระหันเตหิ
ทะสะหิ จะ โลกะธาตูหิ เทวะตา เยภุยเยนะ สันนิปะติตา โหนติ
ภะคะวันตัง ทัสสะนายะ ภิกขุสังฆัญจะ ฯ

ยันนูนะ มะยัมปิ
เยนะ ภะคะวา เตนุปะสังกะเมยยามะ
อุปะสังกะมิต๎วา ภะคะวะโต สันติเก
ปัจเจกะคาถา ภาเสยยามาติ ฯ

อะถะโข ตา เทวะตา
เสยยะถาปิ นามะ พะละวา ปุริโส
สัมมิญชิตัง วา พาหัง ปะสาเรยยะ
ปะสาริตัง วา พาหัง สัมมิญเชยยะ
เอวะเมวะ สุทธาวาเสสุ เทเวสุ อันตะระหิตา
ภะคะวะโต ปุระโต ปาตุระหังสุ ฯ

อะถะโข ตา เทวะตา
ภะคะวันตัง อะภิวาเทต๎วา
เอกะมันตัง อัฏฐังสุ ฯ

เอกะมันตัง ฐิตา โข เอกา เทวะตา
ภะคะวะโต สันติเก อิมัง คาถัง อะภาสิ ฯ

มะหาสะมะโย ปะวะนัส๎มิง
เทวะกายา สะมาคะตา
อาคะตัม๎หะ อิมัง ธัมมะสะมะยัง
ทักขิตาเยวะ อะปะราชิตะสังฆันติ ฯ

อะถะโข อะปะรา เทวะตา
ภะคะวะโต สันติเก อิมัง คาถัง อะภาสิ ฯ

ตัต๎ระ ภิกขะโว สะมาทะหังสุ
จิตตัง อัตตะโน อุชุกะมะกังสุ
สาระถีวะ เนตตานิ คะเหต๎วา
อินท๎ริยานิ รักขันติ ปัณฑิตาติ ฯ

อะถะโข อะปะรา เทวะตา
ภะคะวะโต สันติเก อิมัง คาถัง อะภาสิ ฯ

เฉต๎วา ขีลัง เฉต๎วา ปะลีฆัง
อินทะขีลัง โอหัจจะมะเนชา
เต จะรันติ สุทธา วิมะลา
จักขุมะตา สุทันตา สุสูนาคาติ ฯ

อะถะโข อะปะรา เทวะตา
ภะคะวะโต สันติเก อิมัง คาถัง อะภาสิ ฯ

เย เกจิ พุทธัง สะระณัง คะตา เส
นะ เต คะมิสสันติ อะปายะภูมิง
ปะหายะ มานุสัง เทหัง
เทวะกายัง ปะริปูเรสสันตีติ ฯ


อะถะโข ภะคะวา ภิกขู อามันเตสิ ฯ

เยภุยเยนะ ภิกขะเว
ทะสะสุ โลกะธาตูสุ เทวะตา สันนิปะติตา โหนติ
ตะถาคะตัง ทัสสะนายะ ภิกขุสังฆัญจะ ฯ

เยปิ เต ภิกขะเว อะเหสุง
อะตีตะมัทธานัง อะระหันโต สัมมาสัมพุทธา
เตสัมปิ ภะคะวันตานัง เอตะปะระมาเยวะ
เทวะตา สันนิปะติตา อะเหสุง ฯ

เสยยะถาปิ มัยหัง เอตะระหิ
เยปิ เต ภิกขะเว ภะวิสสันติ
อะนาคะตะมัทธานัง อะระหันโต สัมมาสัมพุทธา
เตสัมปิ ภะคะวันตานัง เอตะปะระมาเยวะ
เทวะตา สันนิปะติตา ภะวิสสันติ ฯ

เสยยะถาปิ มัยหัง เอตะระหิ
อาจิกขิสสามิ ภิกขะเว เทวะกายานัง นามานิ
กิตตะยิสสามิ ภิกขะเว เทวะกายานัง นามานิ
เทสิสสามิ ภิกขะเว เทวะกายานัง นามานิ
ตัง สุณาถะ สาธุกัง มะนะสิกะโรถะ
ภาสิสสามีติ ฯ

เอวัมภันเตติ โข เต ภิกขู
ภะคะวะโต ปัจจัสโสสุง ฯ

ภะคะวา เอตะทะโวจะ ฯ

สิโลกะมะนุกัสสามิ
ยัตถะ ภุมมา ตะทัสสิตา
เย สิตา คิริคัพภะรัง
ปะหิตัตตา สะมาหิตา
ปุถู สีหาวะ สัลลีนา
โลมะหังสาภิสัมภุโน
โอทาตะมะนะสา สุทธา
วิปปะสันนะมะนาวิลา ฯ

ภิยโย ปัญจะสะเต ญัต๎วา
วะเน กาปิละวัตถะเว
ตะโต อามันตะยิ สัตถา
สาวะเก สาสะเน ระเต ฯ

เทวะกายา อะภิกกันตา
เต วิชานาถะ ภิกขะโว
เต จะ อาตัปปะมะกะรุง
สุต๎วา พุทธัสสะ สาสะนัง ฯ

เต สัมปาตุระหุ ญาณัง
อะมะนุสสานะ ทัสสะนัง
อัปเปเก สะตะมัททักขุง
สะหัสสัง อะถะ สัตตะริง ฯ

สะตัง เอเก สะหัสสานัง
อะมะนุสสานะมัททะสุง
อัปเปเกนันตะมัททักขุง
ทิสา สัพพา ผุฏา อะหุง ฯ

ตัญจะ สัพพัง อะภิญญายะ
วะวักขิต๎วานะ จักขุมา
ตะโต อามันตะยิ สัตถา
สาวะเก สาสะเน ระเต ฯ

เทวะกายา อะภิกกันตา
เต วิชานาถะ ภิกขะโว
เย โวหัง กิตตะยิสสามิ
คิราหิ อะนุปุพพะโส ฯ

สัตตะสะหัสสาวะ ยักขา
ภุมมา กาปิละวัตถะวา
อิทธิมันโต ชุติมันโต
วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

ฉะสะหัสสา เหมะวะตา
ยักขา นานัตตะวัณณิโน
อิทธิมันโต ชุติมันโต
วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

สาตาคิรา ติสะหัสสา
ยักขา นานัตตะวัณณิโน
อิทธิมันโต ชุติมันโต
วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

อิจเจเต โสฬะสะสะหัสสา
ยักขา นานัตตะวัณณิโน
อิทธิมันโต ชุติมันโต
วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

เวสสามิตตา ปัญจะสะตา
ยักขา นานัตตะวัณณิโน
อิทธิมันโต ชุติมันโต
วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

กุมภีโร ราชะคะหิโก
เวปุลลัสสะ นิเวสะนัง
ภิยโย นัง สะตะสะหัสสัง
ยักขานัง ปะยิรุปาสะติ
กุมภีโร ราชะคะหิโก
โสปาคะ สะมิติง วะนัง ฯ

ปุริมัญจะ ทิสัง ราชา
ธะตะรัฏโฐ ปะสาสะติ
คันธัพพานัง อาธิปะติ
มะหาราชา ยะสัสสิ โส
ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว
อินทะนามา มะหัพพะลา
อิทธิมันโต ชุติมันโต
วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

ทักขิณัญจะ ทิสัง ราชา
วิรุฬโห ตัปปะสาสะติ
กุมภัณฑานัง อาธิปะติ
มะหาราชา ยะสัสสิ โส
ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว
อินทะนามา มะหัพพะลา
อิทธิมันโต ชุติมันโต
วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

ปัจฉิมัญจะ ทิสัง ราชา
วิรูปักโข ปะสาสะติ
นาคานัง อาธิปะติ
มะหาราชา ยะสัสสิ โส
ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว
อินทะนามา มะหัพพะลา
อิทธิมันโต ชุติมันโต
วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

อุตตะรัญจะ ทิสัง ราชา
กุเวโร ตัปปะสาสะติ
ยักขานัง อาธิปะติ
มะหาราชา ยะสัสสิ โส
ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว
อินทะนามา มะหัพพะลา
อิทธิมันโต ชุติมันโต
วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

ปุริมะทิสัง ธะตะรัฏโฐ
ทักขิเณนะ วิรุฬหะโก
ปัจฉิเมนะ วิรูปักโข
กุเวโร อุตตะรัง ทิสัง
จัตตาโร เต มะหาราชา
สะมันตา จะตุโร ทิสา
ทัททัลละมานา อัฏฐังสุ
วะเน กาปิละวัตถะเว ฯ

เตสัง มายาวิโน ทาสา
อาคู วัญจะนิกา สะฐา
มายา กุเฏณฑุ เวเฏณฑุ
วิฏู จะ วิฏุโฏ สะหะ
จันทะโน กามะเสฏโฐ จะ
กินนุฆัณฑุ นิฆัณฑุ จะ
ปะนาโท โอปะมัญโญ จะ
เทวะสูโต จะ มาตะลิ
จิตตะเสโน จะ คันธัพโพ
นะโฬราชา ชะโนสะโภ
อาคู ปัญจะสิโข เจวะ
ติมพะรู สุริยะวัจฉะสา
เอเต จัญเญ จะ ราชาโน
คันธัพพา สะหะ ราชุภิ
โมทะมานา อะภิกกามุง
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

อะถาคู นาภะสา นาคา
เวสาลา สะหะ ตัจฉะกา
กัมพะลัสสะตะรา อาคู
ปายาคา สะหะ ญาติภิ
ยามุนา ธะตะรัฏฐา จะ
อาคู นาคา ยะสัสสิโน
เอราวัณโณ มะหานาโค
โสปาคะ สะมิติง วะนัง ฯ

เย นาคะราเช สะหะสา หะรันติ
ทิพพา ทิชา ปักขิ วิสุทธะจักขู
เวหาสะยา เต วะนะมัชฌะปัตตา
จิตรา สุปัณณา อิติ เตสะ นามัง ฯ

อะภะยันตะทา นาคะราชานะมาสิ
สุปัณณะโต เขมะมะกาสิ พุทโธ
สัณหาหิ วาจาหิ อุปะว๎หะยันตา
นาคา สุปัณณา สะระณะมะกังสุ พุทธัง ฯ

ชิตา วะชิระหัตเถนะ
สะมุททัง อะสุรา สิตา
ภาตะโร วาสะวัสเสเต
อิทธิมันโต ยะสัสสิโน
กาละกัญชา มะหาภิส๎มา
อะสุรา ทานะเวฆะสา
เวปะจิตติ สุจิตติ จะ
ปะหาราโท นะมุจี สะหะ
สะตัญจะ พะลิปุตตานัง
สัพเพ เวโรจะนามะกา
สันนัยหิต๎วา พะลิง เสนัง
ราหุภัททะมุปาคะมุง
สะมะโยทานิ ภัททันเต
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

อาโป จะ เทวา ปะฐะวี จะ
เตโช วาโย ตะทาคะมุง
วะรุณา วารุณา เทวา
โสโม จะ ยะสะสา สะหะ
เมตตากะรุณากายิกา
อาคู เทวา ยะสัสสิโน
ทะเสเต ทะสะธา กายา
สัพเพ นานัตตะวัณณิโน
อิทธิมันโต ชุติมันโต
วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

เวณฑู จะ เทวา สะหะลี จะ
อะสะมา จะ อะสะมา จะ ทุเว ยะมา
จันทัสสูปะนิสา เทวา
จันทะมาคู ปุรักขิตา
สุริยัสสูปะนิสา เทวา
สุริยะมาคู ปุรักขิตา
นักขัตตานิ ปุรักขิต๎วา
อาคู มันทะวะลาหะกา
วะสูนัง วาสะโว เสฏโฐ
สักโก ปาคะ ปุรินทะโท
ทะเสเต ทะสะธา กายา
สัพเพ นานัตตะวัณณิโน
อิทธิมันโต ชุติมันโต
วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

อะถาคู สะหะภู เทวา
ชะละมัคคิสิขาริวะ
อะริฏฐะกา จะ โรชา จะ
อุมมาปุปผะนิภาสิโน
วะรุณา สะหะธัมมา จะ
อัจจุตา จะ อะเนชะกา
สุเลยยะรุจิรา อาคู
อาคู วาสะวะเนสิโน
ทะเสเต ทะสะธา กายา
สัพเพ นานัตตะวัณณิโน
อิทธิมันโต ชุติมันโต
วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

สะมานา มะหาสะมานา
มานุสา มานุสุตตะมา
ขิฑฑาปะทูสิกา อาคู
อาคู มะโนปะทูสิกา
อะถาคู หะระโย เทวา
เย จะ โลหิตะวาสิโน
ปาระคา มะหาปาระคา
อาคู เทวา ยะสัสสิโน
ทะเสเต ทะสะธา กายา
สัพเพ นานัตตะวัณณิโน
อิทธิมันโต ชุติมันโต
วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

สุกกา กะรุม๎หา อะรุณา
อาคู เวฆะนะสา สะหะ
โอทาตะคัยหา ปาโมกขา
อาคู เทวา วิจักขะณา
สะทามัตตา หาระคะชา
มิสสะกา จะ ยะสัสสิโน
ถะนะยัง อาคา ปะชุนโน
โย ทิสา อะภิวัสสะติ
ทะเสเต ทะสะธา กายา
สัพเพ นานัตตะวัณณิโน
อิทธิมันโต ชุติมันโต
วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

เขมิยา ตุสิตา ยามา
กัฏฐะกา จะ ยะสัสสิโน
ลัมพิตะกา ลามะเสฏฐา
โชตินามา จะ อาสะวา
นิมมานะระติโน อาคู
อะถาคู ปะระนิมมิตา
ทะเสเต ทะสะธา กายา
สัพเพ นานัตตะวัณณิโน
อิทธิมันโต ชุติมันโต
วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง
ภิกขูนัง สะมิติง วะนัง ฯ

สัฏเฐเต เทวะนิกายา
สัพเพ นานัตตะวัณณิโน
นามันวะเยนะ อาคัญฉุง
เย จัญเญ สะทิสา สะหะ
ปะวุตถะชาติมักขีลัง
โอฆะติณณะมะนาสะวัง
ทักเขโมฆะตะรัง นาคัง
จันทัง วะ อะสิตาติตัง ฯ

สุพ๎รัห๎มา ปะระมัตโต จะ
ปุตตา อิทธิมะโต สะหะ
สะนังกุมาโร ติสโส จะ
โสปาคะ สะมิติง วะนัง ฯ

สะหัสสะพ๎รัหมะโลกานัง
มะหาพรัหมาภิติฏฐะติ
อุปะปันโน ชุติมันโต
ภิสะมากาโย ยะสัสสิโน
ทะเสตถะ อิสสะรา อาคู
ปัจเจกะวะสะวัตติโน
เตสัญจะ มัชฌะโต อาคา
หาริโต ปะริวาริโต ฯ

เต จะ สัพเพ อะภิกกันเต
สินเท เทเว สะพ๎รัห๎มะเก ฯ

มาระเสนา อะภิกกามิ
ปัสสะ กัณหัสสะ มันทิยัง
เอถะ คัณหะถะ พันธะถะ
ราเคนะ พันธะมัตถุ โว
สะมันตา ปะริวาเรถะ
มา โว มุญจิตถะ โกจิ นัง ฯ

อิติ ตัตถะ มะหาเสโน
กัณหะเสนัง อะเปสะยิ
ปาณินา ตะละมาหัจจะ
สะรัง กัต๎วานะ เภระวัง ฯ

ยะถา ปาวุสสะโก เมโฆ
ถะนะยันโต สะวิชชุโก
ตะทา โส ปัจจุทาวัตติ
สังกุทโธ อะสะยังวะเส ฯ

ตัญจะ สัพพัง อะภิญญายะ
วะวักขิต๎วานะ จักขุมา
ตะโต อามันตะยิ สัตถา
สาวะเก สาสะเน ระเต ฯ

มาระเสนา อะภิกกันตา
เต วิชานาถะ ภิกขะโว
เต จะ อาตัปปะมะกะรุง
สุต๎วา พุทธัสสะ สาสะนัง ฯ

วีตะราเคหิ ปักกามุง
เนสัง โลมัมปิ อิญชะยุง
สัพเพ วิชิตะสังคามา
ภะยาตีตา ยะสัสสิโน
โมทันติ สะหะ ภูเตหิ
สาวะกา เต ชะเน สุตาติ ฯ

มะหาสะมะยะสุตตัง นิฏฐิตัง ฯ


คำแปลโดยสรุป

มหาสมัยสูตร หมายถึง พระสูตรว่าด้วยการประชุมครั้งใหญ่ เนื้อหาหลักคือการประชุมของเหล่าเทวดาและอมนุษย์จำนวนมากจากโลกธาตุทั้ง ๑๐ เพื่อมาเฝ้าพระพุทธเจ้าและพระอริยสงฆ์ ณ ป่ามหาวัน ใกล้กรุงกบิลพัสดุ์

ในครั้งนั้น พระพุทธเจ้าประทับอยู่พร้อมพระภิกษุประมาณ ๕๐๐ รูป ซึ่งล้วนเป็นพระอรหันต์ เหล่าเทวดาจากโลกธาตุต่าง ๆ จึงพากันมาประชุมเป็นจำนวนมาก

เทวดาชั้นสุทธาวาส ๔ องค์เห็นเหตุการณ์นี้ จึงเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าและกล่าวคาถาสรรเสริญพระสงฆ์ โดยมีใจความสำคัญว่า

  • เป็นการประชุมครั้งใหญ่ของเหล่าเทพ
  • พระสงฆ์เป็นผู้สงบ สำรวม และฝึกตนดี
  • ผู้ถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะย่อมไม่ไปสู่อบาย
  • ผู้ปฏิบัติตามพระธรรมย่อมมุ่งไปสู่ความพ้นทุกข์

จากนั้นพระพุทธเจ้าทรงประกาศแก่พระภิกษุว่า เหล่าเทวดาจากอดีตพระพุทธเจ้าและเทวดาที่จะมาประชุมกับพระพุทธเจ้าในอนาคตก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน แล้วทรงเริ่มประกาศรายนามหมู่เทวดาต่าง ๆ

ช่วงกลางของพระสูตรจึงมีลักษณะคล้ายกับ การประกาศบัญชีรายนามของหมู่เทวดา ได้แก่

  • ยักษ์
  • ท้าวมหาราชทั้ง ๔
  • คนธรรพ์
  • นาค
  • สุปัณณะ
  • อสุรกาย
  • เทวดาที่เกี่ยวข้องกับธาตุ
  • เทวดาชั้นต่าง ๆ
  • พรหม
  • และหมู่เทวดาอีกจำนวนมาก

พระสูตรกล่าวถึงการมาประชุมของเทวดาจำนวนมากจาก ๑๐ โลกธาตุ และพระพุทธเจ้าทรงแสดงรายนามของหมู่เทวดาเหล่านั้นแก่พระภิกษุ

ในตอนท้าย มารและกองทัพมารปรากฏขึ้น พยายามจะรบกวนและผูกมัดเหล่าเทพและผู้ปฏิบัติด้วยราคะ แต่ไม่สามารถทำอะไรพระอริยสาวกเหล่านั้นได้ เพราะพระภิกษุทั้งหลายตั้งมั่นในพระธรรม มีความเพียร และปราศจากราคะ

พระสูตรจบลงด้วยการกล่าวถึงพระสาวกผู้ชนะสงคราม คือชนะกิเลสและมาร ไม่หวั่นไหว และมีความยินดีร่วมกับเหล่าสรรพสัตว์


ที่มาและประวัติของมหาสมัยสูตร

มหาสมัยสูตรเป็น พระสูตรที่ ๗ แห่งทีฆนิกาย มหาวรรค ในพระสุตตันตปิฎก พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐ โดยพระไตรปิฎกฉบับหลวงระบุเนื้อหาตั้งแต่ข้อ ๒๓๕–๒๔๖

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ ป่ามหาวัน ใกล้กรุงกบิลพัสดุ์ ในแคว้นสักกะ พระพุทธเจ้าประทับอยู่พร้อมพระภิกษุสงฆ์ประมาณ ๕๐๐ รูป ซึ่งล้วนเป็นพระอรหันต์ ขณะนั้นเทวดาจากโลกธาตุทั้ง ๑๐ พากันมาประชุมเพื่อเฝ้าพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์

คำว่า “มหาสมัย” หมายถึง การประชุมใหญ่ อรรถกถามหาสมัยสูตรก็อธิบายคำนี้ในความหมายดังกล่าว

จุดเด่นของพระสูตรจึงไม่ได้อยู่ที่การขอพรหรือการอัญเชิญเทวดาเป็นหลัก แต่เป็นการบันทึก เหตุการณ์การประชุมครั้งใหญ่ของหมู่เทพและอมนุษย์ต่อหน้าพระพุทธเจ้า รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงความสงบ ความสำรวม และความสามารถในการเอาชนะมารของพระอริยสงฆ์

ในธรรมเนียมการสวดมนต์ไทย มหาสมัยสูตรจึงถูกนำมาใช้ในงานมงคลสำคัญ และหนังสือสวดมนต์ของวัดปทุมวนารามก็อธิบายว่าพระสูตรนี้มีความเกี่ยวข้องกับการประชุมของเทวดาเป็นจำนวนมาก

แก่นของมหาสมัยสูตรจึงอาจสรุปสั้น ๆ ได้ว่า

“เมื่อพระธรรมปรากฏ เหล่าผู้ใฝ่ธรรมย่อมมาประชุมกัน และผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบย่อมไม่หวั่นไหวต่อมารและกิเลส”

แสดงความคิดเห็น

Leave a reply

โอวาทธรรมพระสุปฏิปันโน
Logo